9 นวัตกรรมกำเนิดโดยในหลวงรัชกาลที่ 9 พิสูจน์พระอัจฉริยภาพนักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษ

King_Poem

 

Innovation หรือ นวัตกรรม ที่กลายเป็นเทรนด์สำคัญในแทบทุกภาคส่วนเมื่อไม่กี่ปีมานี้ รู้หรือไม่ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา ทรงเริ่มมานานแล้วเกินครึ่งศตวรรษ มาดูตัวอย่างกับ 9 ผลงานสิ่งประดิษฐ์ของพระองค์ ที่นับว่าเป็นนวัตกรรมครั้งแรกของโลกโดย 8 สิ่งประดิษฐ์ได้ถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว ส่วนอีก 1 นั้นอยู่ในระหว่างการยื่นคำขอ

  1. เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย (กังหันน้ำชัยพัฒนา) ถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2536 ได้รับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ในพระปรมาภิไธยเลขที่ 3127

สิทธิบัตรในหลวง-6

เป็นเครื่องกลเติมอากาศที่ใช้ในการเติมออกซิเจนลงในน้ำที่ระดับผิวน้ำ เพื่อช่วยบำบัดน้ำเสียโดยหลักการวิดน้ำขึ้นไปสาดกระจายในอากาศให้เป็นฝอยให้ปริมาณออกซิเจนในอากาศเข้าไปผสมกับน้ำได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้จุลินทรีย์เข้าไปย่อยสลายสิ่งสกปรกในน้ำเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้ได้ทั้งแบบติดตั้งและเคลื่อนที่ ช่วยลดความสกปรกของน้ำได้สูงในต้นทุนการผลิตต่ำ

กังหันน้ำชัยพัฒนานี้นับเป็นสิ่งประดิษฐ์เครื่องกลเติมอากาศเครื่องที่ ๙ ของโลกที่ได้รับสิทธิบัตร และเป็นครั้งแรกที่ได้มีการรับจดทะเบียน และออกสิทธิบัตรให้แก่พระบรมราชวงศ์ด้วย จึงนับได้ว่าเป็น “สิทธิบัตรในพระปรมาภิไธย ของพระมหากษัตริย์ พระองค์แรกในประวัติศาสตร์ชาติไทยและเป็นครั้งแรกของโลก”

สิ่งประดิษฐ์นี้ยังได้รับรางวัลเหรียญทองจาก The Belgian Chamber of Inventor ภายในงาน “Brussels Eureka 2000” ซึ่งเป็นงานแสดงสิ่งประดิษฐ์ใหม่ของโลกวิทยาศาสตร์ ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม


 

  1. เครื่องกลเติมอากาศแบบอัดอากาศและดูดน้ำ  ถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2544 ได้รับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ในพระปรมาภิไธยเลขที่ 10304

สิทธิบัตรในหลวง-12

เป็นเครื่องกลเติมอากาศที่ใช้ในการเติมออกซิเจนที่ระดับลึกลงไปใต้ผิวน้ำจนถึงด้านล่างของแหล่งน้ำ โดยจะดึงน้ำเสียที่อยู่กับบ่อเข้าผสมกับอากาศและเกิดคลื่นน้ำ ทำให้น้ำไหลหมุนเวียน น้ำเสียจะผสมกับออกซิเจนในอากาศซึ่งทำให้น้ำมีคุณภาพ นอกจากนี้ยังสามารถดัดแปลงใช้เป็นปั๊มดูดตะกอนเลนได้อีกด้วยโดยปิดทางเข้าอากาศ ตัวเครื่องประกอบด้วย ชุดสูบน้ำและชุดอัดอากาศต่ออยู่บนเพลาเดียวกันโดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 2 แรงม้าเป็นตัวขับเคลื่อนลอยตัวอยู่บนทุ่นเกือกม้า


 

  1. การใช้น้ำมันกลั่นบริสุทธิ์เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล  ถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2544 ได้รับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ในพระปรมาภิไธยเลขที่ 10764

สิทธิบัตรในหลวง-11

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นผู้นำทางด้านการพัฒนาพลังงานทดแทนผ่านโครงการส่วนพระองค์ มาตั้งแต่ปี 2522 หนึ่งในความสำเร็จคือ การพัฒนาไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์ม โดยผสมดีเซลกับน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 10 โดยปริมาตร ได้คุณภาพเดียวกับน้ำมันดีเซลหมุนเร็วตามข้อกำหนดของกรมธุรกิจพลังงานทุกประการ ไม่ต้องปรับแต่งเครื่องยนต์ใหม่ ไม่ต้องรอดีเซลหมดถัง ผู้ใช้สามารถเติม น้ำมันปาล์มดีเซล ผสมกับน้ำมันที่เหลือในถังได้เลย น้ำมันนี้ยังช่วยเพิ่มการหล่อลื่น ช่วยป้องกันการสึกหรอของปั๊มหัวฉีด และลดมลพิษในไอเสียของเครื่องยนต์อีกด้วย และในปี 2546 ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลจากโครงการ “โครงการน้ำมันไบโอดีเซลสูตรสกัดจากน้ำมันปาล์ม” ในงาน “บรัสเซลส์ ยูเรกา” ซึ่งเป็นงานแสดงสิ่งประดิษฐ์ใหม่ของโลกวิทยาศาสตร์ ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม


 

  1. การใช้น้ำมันกลั่นบริสุทธิ์เป็นน้ำมันหล่อลื่นสำหรับเครื่องยนต์สองจังหวะ  ถวายการรับจดทะเบียนอนุสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2545 ได้รับอนุสิทธิบัตรในพระปรมาภิไธยเลขที่ 841

สิทธิบัตรในหลวง-4

เป็นการใช้น้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์ทดแทนน้ำมันปิโตรเลียม สำหรับใช้หล่อลื่นเครื่องยนต์สองจังหวะ เช่น เครื่องรถมอเตอร์ไซค์ เครื่องสูบน้ำ เป็นต้น ทั้งนี้ปาล์มเป็นพืชที่ให้ปริมาณน้ำมันต่อพื้นที่ปลูกสูงและสามารถผลิตใช้เองได้ภายในประเทศ


 

  1. การดัดแปรสภาพอากาศเพื่อให้เกิดฝน (ฝนหลวง)  ถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2545 ได้รับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ในพระปรมาภิไธยเลขที่ 13898

14958378_10154461173126005_2029729672_n

โครงการนี้มีจุดเริ่มต้นในปี 2498 จากปัญหาภัยแล้งในประเทศไทยโดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งทั้งที่เป็นช่วงฤดูฝนและท้องฟ้ามีเมฆมากแต่ฝนกลับไม่ตก ในหลวงจึงทรงมีพระราชดำริการทำฝนเทียม โดยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์กับทรัพยากรที่มีอยู่ ในที่สุด “ฝนหลวง” หรือ “ฝนเทียม” ได้กำเนิดขึ้นจากการประยุกต์ผลการวิจัยของประเทศต่าง ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และอิสราเอล โดยกรรมวิธีนั้นเป็นการทำฝนทั้งในระดับเมฆอุ่นที่ระดับต่ำกว่า 1 หมื่นฟุต และเมฆเย็นที่ระดับสูงกว่า 1 หมื่นฟุต พร้อมๆ กันซึ่งทรงเรียกว่า “ซุปเปอร์แซนด์วิช”

3 ขั้นตอนการทำฝนหลวง

1 ก่อกวน

ชักนำไอน้ำจากมวลอากาศไปก่อกวนกระตุ้นให้เมฆรวมตัวเป็นกลุ่มแกน โดยใช้สารเคมี ได้แก่ แคลเซียมคลอไรด์ แคลเซียมคาร์ไบด์ แคลเซียมออกไซด์ หรือสารผสมระหว่างเกลือแกงกับสารยูเรีย

2 เลี้ยงให้อ้วน

เพิ่มแกนเม็ดไอน้ำ (Nuclii) ให้กลุ่มเมฆฝนมีความหนาแน่นมากขึ้น โดยใช้สารเคมี ได้แก่ เกลือแกงสารประกอบสูตร ท.1 สารยูเรีย สารแอมโมเนียไนเตรท น้ำแข็งแห้ง และอาจใช้สารแคลเซียมคลอไรด์ร่วมด้วย

3 โจมตี

ทำให้เกิดภาวะความไม่สมดุลมากที่สุด เพื่อให้เกิดเป็นเม็ดน้ำที่มีขนาดใหญ่มากและตกกลายเป็นฝนในที่สุดโดยใช้สารเคมีที่เย็นจัด คือ ซิลเวอร์ไอโอได น้ำแข็งแห้ง


 

  1. ภาชนะรองรับของเสียที่ขับออกจากร่างกาย  ถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2546 ได้รับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ในพระปรมาภิไธยเลขที่ 14859

เป็นภาชนะเพื่อรองรับปัสสาวะ ที่ประยุกต์ใช้ได้ทั้งผู้ป่วยและผู้ที่ต้องเดินทางหรือติดการจราจรอยู่บนท้องถนนไม่สามารถเข้าห้องน้ำได้ ขนาดกะทัดรัด รูปลักษณ์ทันสมัย ราคาประหยัดกว่าอุปกรณ์นำเข้าจากต่างประเทศ โดยในหลวงทรงออกแบบขณะประชวร


 

  1. อุปกรณ์ควบคุมการผลักดันของเหลวถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2547 ได้รับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ในพระปรมาภิไธยเลขที่ 16100

196335271-6-10-55-03

เป็นเครื่องยนต์ที่ขับดันน้ำเพื่อใช้ในการขับเคลื่อนเรือ และได้ถูกนำมาใช้เพื่อช่วยบรรเทาความรุนแรงของสถานการณ์น้ำท่วม โดยผลักดันระบายน้ำในแม่น้ำและคูคลองต่าง ๆ ในเขตกรุงเทพ ฯ และเขตปริมณฑลให้ไหลออกสู่ทะเลอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมให้กับประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ


 

  1. การปรับปรุงสภาพดินเปรี้ยวเพื่อให้เหมาะแก่การเพาะปลูก (โครงการแกล้งดิน) ถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2550 ได้รับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ในพระปรมาภิไธยเลขที่ 22637

สิทธิบัตรในหลวง-3
เป็นการปรับปรุงสภาพดินเปรี้ยวที่ไม่สามารถเพาะปลูกพืชได้ ให้เป็นดินที่มีสภาพที่เหมาะสมสำหรับปลูกพืชต่างๆ ได้ โดยเริ่มจาก แกล้งดินให้เปรี้ยวสุดขีด จนกระทั่งถึงจุดที่พืชไม่สามารถเจริญงอกงามได้ ด้วยวิธีการเลียนแบบธรรมชาติที่ทำให้ดินแห้งและเปียกสลับกันไปเพื่อเร่งปฏิกิริยาทางเคมีของดิน ซึ่งจะไปกระตุ้นให้สารไพไรท์ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ ปลดปล่อยกรดกำมะถันออกมา ทำให้ดินเป็นกรดจัดเปรี้ยวสุด จากนั้นจึงชะล้างความเปรี้ยว ปรับปรุงสภาพดินให้เหมาะแก่การปลูกพืชต่อไป


 

  1. น้ำลายเทียมชนิดเจลสำหรับผู้ที่มีภาวะปากแห้งน้ำลายน้อย (วุ้นชุ่มปาก) อยู่ในระหว่างการยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิบัตร

j4

j3

เพราะภาวะปากแห้ง น้ำลายน้อย ทำให้ผู้ป่วยเกิดปัญหาสุขภาพช่องปากและได้รับความทุกข์ทรมานในการดำรงชีวิต มูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระบรมราชูปถัมภ์ หน่วยทันตกรรมพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 จึงดำเนิน “โครงการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมน้ำลายเทียมชนิดเจล” ขึ้น จนได้ผลิตภัณฑ์ชื่อว่า “วุ้นชุ่มปาก (Oral Moisturizing Jelly)” มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำลายที่หลั่งออกมาตามธรรมชาติมาก สามารถปรับสมดุลของสิ่งแวดล้อมในช่องปากให้เป็นกลางโดยไม่ก่อให้เกิดการละลายของผิวฟัน และไม่ดึงเอาแร่ธาตุออกจากฟัน ทั้งยังมีความปลอดภัย กลืนเพื่อให้ความชุ่มชื้นในลำคอได้ ซึ่งแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้นในช่องปากทั่วไปที่มีวัตถุกันเสียจึงไม่สามารถกลืนลงคอได้

ด้วยพระอัจฉริยภาพทางด้านการประดิษฐ์ ทำให้องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก หรือ WIPO ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล WIPO Global Leaders Award หรือ รางวัลผู้นำทรัพย์สินทางปัญญาโลก แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งนับเป็นรางวัลแรกของ WIPO ที่จัดทำขึ้นและถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นลำดับแรก นอกจากนี้ทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญาจากองค์กรการประดิษฐ์นานาชาติว่าเป็น “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์โลก” ทุกนวัตกรรมจากพระราชดำริของพ่อหลวง ล้วนเกิดมาเพื่อบำบัดทุกข์ สร้างประโยชน์สุขแก่พสกนิกรทรงเป็นทั้งนักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่ และพ่อที่อยู่ในดวงใจของชาวไทยตลอดกาล

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบ:

kapook.com

manager.co.th

daily.rabbit.co.th

prezi.com

 

อดีตเด็กหน้าห้องบ้างหลังห้องบ่อย เคยแวะเวียนไปหลายวงการ มาหยุดอยู่นานกับ Digital Agency ในหน้าที่ Copywriter ส่วนตัวใส ๆ เซอร์ ๆ เรียบง่าย ไม่แตะเหล้ายาแต่ปลาปิ้งกิน ชอบสิงตามห้าง ว่าง ๆ เสพการ์ตูนสยองขวัญและหนังผี มีความฝันอยากท่องเที่ยวนอกโลก
Nada Chacariyanuyok9 นวัตกรรมกำเนิดโดยในหลวงรัชกาลที่ 9 พิสูจน์พระอัจฉริยภาพนักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษ