ส่อง Cannes Lion Innovation 2016 ต้องเจ๋งแค่ไหน ไทยถึงจะคว้า Grand Prix

เพิ่งผ่านพ้นไปเพียงไม่กี่เดือนกับงานเทศกาลที่เปรียบเสมือน Oscars ขอคนโฆษณาอย่าง Cannes Lion 2016

โลกเปลี่ยนไป หมวดหมู่ของรางวัลก็เปลี่ยนตาม เมื่อ 10 ปีที่แล้วมีเพียงหมวดหลักๆแค่ Film Printed และ  Radio จบ แต่ในยุคที่ดิจิตอลกำลังครองโลก ผู้บริโภคแทบจะไม่ได้ดูทีวีอีกต่อไปเช่นนี้  โลกโฆษณาก็ต้องปรับตัวตามเช่นเดียวกัน จะเห็นได้ว่าไม่กี่ปีมานี้ Cannes Lions มีการเพิ่มรางวัลต่างๆขึ้นมากอีกหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็น Lion Health  Lion Entertainment  แต่ที่ผมอยากจะพูดถึงเป็นพิเศษก็คือหมวด Cannes Innovation ซึ่งในหมวดหมู่ Innovation ก็ยังมีการซอยลงไปอีก 2 หมวดหมู่ย่อย คือ Creative Data และ Innovation ซึ่งผมขอเจาะลึกเพียงแค่หมวดย่อย Innovation แล้วกันนะครับ

ปีนี้เป็นปีที่2 ที่มีการแจกรางวัลในหมวดนี้ ซึ่งก็น่าดีใจที่แค่เพียงปีที่ที่สองมีก็มีงานจากไทยแลนด์ สามารถเข้าถึงรอบ Shortlist ในหมวดหมู่นี้ได้ถึง2 ชิ้น คือ Motorepellent (มูลนิธิดวงประทีป/ BBDO Bangkok)  ไอเดียขจัดยุงในสลัมให้หมดไป ด้วยพาหนะที่เข้าถึงทุกซอกทุกมุมในชุมชนแออัด นั่นคือ มอเตอร์ไซค์ ที่คนไทยคุ้นเคยกันทุกซอยนั่นเอง

อีกงาน คือ Touchable Ink ของ ( Thai Samsung Electronics/JWT Bangkok) กระดาษนวัตกรรมใหม่ ที่ให้คนตาบอดสามารถสัมผัสและอ่านได้เพราะถูกprintออกมาเป็นอักษรเบรลล์

งานอีกชิ้น ที่โจทย์ค่อนข้างมีความใกล้เคียงกับงาน Touchable Ink คือ The First Brialle Smart Watch (Dot Incorporation/ Serviceplan Munich)  นาฬิกาอักษรเบรลล์ ที่ช่วยคนตาบอดสามารถสื่อสารกับ Device  ต่างๆได้ ซึ่งงานนี้ซิวรางวัล Gold ในหมวดหมู่นี้ไป

จากการสังเกตชิ้นงานที่ได้รางวัลในปีนี้ ผมเห็น trend บางอย่าง  จึงขออนุญาตเลือกงานที่ได้ตั้งแต่ Gold ขึ้นไปบางชิ้น และแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ต่างๆดังนี้

เทคโนโลยีคือศิลปิน

The Next Rembrandt

เมื่อ Data และ Technology กลายเป็นศิลปินผู้วาดและสาดสีสันลงบนผืนผ้าใบ ฟื้นวิญญาณของ Rembrandt ศิลปินผู้ก้องโลกเมื่อ 400 ปีที่แล้วให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

Juckdeck

เคยมะ? เวลาจะอัพคลิปอะไรซักอย่างขึ้นบนออนไลน์ แต่ไม่สามารถอัพได้ หรือ อัพได้แต่สุดท้ายถูกลบ เนื่องจากเราดันไปใช้เพลงที่มีลิขสิทธิ์ ปัญหานี้จะหมดไป เพราะต่อจากนี้ไปแม้จะไม่ได้เป็นโปรดิวเซอร์หรือเจ้าของค่ายเพลงดัง คุณก็สามารถผลิตซาวน์แทรกประกอบวิดีโอของตัวเองได้ในเสี้ยววินาที

งาน VR ต้องมา

แน่นอน Innovation จะขาด VR ได้ไง VR ที่พาเราหลุดเข้าไปอีกโลกเสมือนจริงด้วยอุปกรณ์บางอย่าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น กล่อง หรือกล้อง อะไรซักอย่าง ซึ่งงานประเภทนี้จะเห็นเยอะมากในคานส์ครั้งนี้ แต่มีงาน VR ชิ้นหนึ่งที่ผมชอบมาก เพราะมันแตกต่าง มันไม่ใช่แค่ กล่อง หรือกล้อง แต่มันคือ รถทั้งคัน! เด็กๆที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในนิวยอร์ค กำลังจะนั่งรถออกไปทัศนศึกษากัน โดยที่พวกเค้าไม่รู้เลยว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า วิวทิวทัศน์เมืองนิวยอร์คที่พวกเค้ามองเห็นผ่านหน้าต่าง จะกลายเป็นดาวอังคาร!

 

ชีวิตต้องง่ายขึ้น สะดวกขึ้น ดีขึ้น

The Mill ‘Blackbird

ในวงการโฆษณา การถ่ายสินค้าประเภทรถยนต์ ถือว่าเป็นการถ่ายทำที่ยุ่งยากและสิ้นเปลืองงบประมาณมากมาย แต่จากนี้ไป ชีวิตของคนเอเจนซี่จะง่ายขึ้น ไปเมื่อมี The Mill ‘Black Bird’   Virtual Car คันแรกของโลก  ที่จะทำให้การถ่ายทำโฆษณารถเป็นเรื่องง่ายและเซฟค่าใช้จ่ายไปได้อีกมหาศาล เพราะทุกอย่างสามารถเสกได้ผ่านหน้าจอ

LinkNYC

ในนิวยอร์ค เมืองที่ค่าครองชีพแพงติดอันดับโลก ทุกคนมีสมาร์ทโฟน แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะมีปัญญาจ่ายค่าอินเตอร์เน็ทรายเดือนที่แสนแพง แล้วทำไงดี? เห็นตู้โทรศัพท์สาธารณะนั่นมั๊ย? นอกจากซูเปอร์แมนก็ไม่มีใครใช้มันแล้ว งั้นเปลี่ยนมันตู้อัจริยะสามารถใช้ชาร์จแบตมือถือ เชื่อมต่อสัญญาณ High Speed Internet  โทรผ่านWifi และอีกสารพัดเลยดีมั๊ย? ที่สำคัญคือ..ทุกอย่าง ฟรี! นิวยอร์คเกอร์ทั้งหลายยิ้มเลยทีเนี๊ยะ!

 

สังคมต้องดีขึ้น โลกต้องดีขึ้น

Prepex

เอดส์ยังเป็นปัญหาใหญ่ของโลกใบนี้ มีหลักฐานทางวิชาการที่ค้นพบว่า  การขลิบอวัยวะเพศชาย สามารถลดความเสี่ยงในการติดต่อกับเชื้อ HIV ได้ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ แต่ผู้ชายในอัฟริกาจำนวนมากยังกลัวการขลิบ แต่ Prepex เกิดมาเพื่อทำให้น้องชายของพวกเค้าแฮปปี้! เพราะมันเป็นการขลิบที่  ไร้เลือด ไร้การเย็บ ไร้การฉีด ไร้ความเจ็บปวด และฟรี และแน่นอน มันสามารถลดอัตราเสี่ยงในการติดเชื้อ HIV ในกลุ่มชายชาวอัฟริกันได้อย่างชะงัดนัก

Edible Six Pack Rings

ซิกแพ็คกินได้! ได้ยินแบบนี้เก้งกวางบ่างชะนีคงน้ำลายไหล แต่ไม่ช่าย! ซิกแพ็คในที่นี้ คือpackagingของเบียร์กระป๋องครึ่งโหล ที่ต่างประเทศคุ้นเคยกัน ปัญหาคือเวลาคนซื้อเบียร์มาแล้ว ก็ทิ้งไอ้เจ้าซิกแพ็ค จนกลายเป็นปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม แล้วทำไง? ก็ทำให้มันกินได้สิ! จะทิ้งกันก็ไม่ว่า ทิ้งได้ทิ้งไป นก ปลา และสัตว์อื่นๆ กินได้ ซิกแพ็คก็จะไม่สร้างปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป

 

แต่ถ้าจะให้ได้ Grand Prix ต้องเปลี่ยนโลกไปเลย!

งานที่ได้ Grand Prix รางวัลสูงสุดในปีนี้คือ Google Deepmind Alphago  Google คิดค้นเทคโนโลยีที่เอาจักรกล AI มาเล่นกีฬาโกะ กับแชมป์โกะระดับโลก ยอมรับตรงๆว่าพอเห็นแว๊บแรก ผมค่อนข้างสงสัยว่างานนี้มันเจ๋งจนคว้า GrandPrix ไปได้ยังไง? ก็แค่เอาเครื่องกลมาแข่งกับคน แต่หลังจากได้ดู VDO presentation กึงกับต้องตบเข่าฉาด ถึงบางอ๋ออออ.. Google อธิบายว่า เพราะโกะเป็นกีฬาที่แตกต่างจากกีฬาอื่นๆ เช่น หมากรุก การเล่นโกะต้องใช้สมองในระดับที่ซับซ้อน และใช้สัญชาตญาณที่ลึกซึ้งกว่าหมากรุกอย่างมาก ถ้าหากจะคิดคำนวณให้ครบทุกความเป็นไปได้นกลยุทธิ์การเล่นโกะแล้ว อาจต้องใช้เวลาถึง 1 ล้านปี! Googleได้ทำการเชิญเซียนโกะระดับแชมป์โลกมาแข่งขันกับ AI  และสุดท้าย หุ่นยนต์เป็นฝ่ายชนะ!

“เทคโนโลยีที่สามารถอ่านใจคนได้”

ประโยคนี้ผมขนลุก เพราะผมมองเห็นอนาคตของโลกในวันข้างหน้า ถ้าหากเทคโนโลยีนี้ถูกนำมาต่อยอด โลกต้องเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงอย่างแน่นอน

มาถึงตรงนี้ผมคงขอสรุปง่ายๆจากมุมมองของผมว่า หากไทยเราอยากคว้าสิงโตในหมวด Innovation ในปีหน้า ถ้าเรามาพร้อมไอเดียนวัตกรรมเจ๋งๆที่ทำให้ ชีวิตผู้คน สังคม และโลกนี้ดีขึ้น เราอาจมีโอกาสคว้า Bronze Silver หรือ Gold แต่หากเราอยากได้ Grand Prix เราต้องมากับไอเดียที่ยิ่งใหญ่พอที่จะเปลี่ยนโลกใบนี้ไปเลย!

อาสนะ เก้าเอี้ยน (Oddy) Creative Group Head
ประสบการณ์ คิด ขีด เขียน ในวงการโฆษณามาแล้ว 13 ปี ผ่านลูกค้ามามากมายตั้งแต่ Local ยัน Global งานอดิเรกชอบ ทำอาหาร ดูหนัง อ่านหนังสือ และ เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเอามาปรับใช้ในการทำงาน
Asana Kao-ianส่อง Cannes Lion Innovation 2016 ต้องเจ๋งแค่ไหน ไทยถึงจะคว้า Grand Prix